.

 ***  Welcome  To  Pamok Witthaphoom School  ***

 
 
 
 
 

 
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ใหม่ ?
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
น้อย
น้อยมาก
  หน้าหลัก    เศรษฐกิจพอเพียงสถานศึกษา 
เศรษฐกิจพอเพียงสถานศึกษา
 

 เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริมานานหลายปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการกล่าวถึงและปฏิบัติ ตามอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นแนวคิดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของ สังคมไทยซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรมมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ พระองค์ทรงมีแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ 
ความพอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคง พร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อย สร้างความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขึ้นสูงโดยลำดับต่อไป” 
เป็นที่ทราบกันดีว่า ถึงแม้ประเทศไทยในขณะนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของการพัฒนา โดยที่ช่วงปี พ.ศ. 2531 – พ.ศ. 2534 เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราเฉลี่ยสูงกว่าร้อยละ 10 เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของการพัฒนาประเทศ แต่ก็มิได้แก้ปัญหาความยากจนของชาวชนบทเป็นจำนวน มากได้ สถานการณ์ที่ซ้ำเติมมากไปกว่านั้นคือ เกษตรกรจำนวนมากต้องสูญเสียที่ดิน เนื่องจาก ต้นทุนของค่าเสียโอกาสจากการใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรสูงเกินไป (หรือกล่าวอย่างง่ายว่าที่ดิน ราคาแพงเกินไปนั่นเอง) ขณะเดียวกันปัญหาสังคมในรูปแบบใหม่ คือ ปัญหาโรคเอดส์ และสุเมธ ตันติเวชกุล (2543: 2) ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือความสามารถในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน กำหนดความเป็นอยู่อย่างประมาณตนตาม ฐานะตามอัตภาพ และที่สำคัญไม่หลงใหลไปตามกระแสของวัตถุนิยม มีอิสรภาพ เสรีภาพ ไม่พันธนาการอยู่กับสิ่งใด หากกล่าวโดยสรุป คือ หันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดำรงชีวิต 
เศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นพื้นฐานของความมั่นคงในการดำรงชีวิต ที่ส่งผลให้สามารถ พึ่งตนเองได้ หลักการพึ่งตนเอง อาจจะแยกแยะโดยยึดหลักสำคัญอยู่ 5 ประการ คือ


1. การพึ่งตนเองทางด้านจิตใจ หมายถึง คนที่สมบูรณ์พร้อมต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตสำนึกว่าตนนั้นสามารถพึ่งตนเองได้และสามารถสร้างพลังผลักดันให้ตนเองมีภาวะจิตใจที่จะ ต่อสู้ชีวิตด้วยความสุจริตแม้อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จบ้างก็ตาม ไม่ท้อแท้แต่คงพยายามต่อไป ได้แก่ มีความหนักแน่นมั่นคงในสุจริตธรรม มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้จนสำเร็จ มีวิธีการใน การปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ 
2. การพึ่งตนเองทางด้านสังคม หมายถึง สามารถเสริมสร้างให้ชุมชนในท้องถิ่นของ ตนเองเกิดความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกันและนำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดและเผยแพร่ให้ชุมชน ของตนได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน ได้แก่ การทำงานร่วมกับบุคคลอื่นได้เป็นอย่างดี ไม่มีความ ขัดแย้งกันในกลุ่ม 
3. การพึ่งตนเองทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สามารถส่งเสริมให้มีการนำ ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ได้แก่ การนำทรัพยากรธรรมชาติ หรือวัสดุในท้องถิ่นที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) ได้อย่างเหมาะสม และเกิดการพัฒนาประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น 
4. การพึ่งตนเองทางด้านเทคโนโลยี หมายถึง สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและสังคม ได้แก่ สามารถปฏิบัติตนให้มีวิถีชีวิตอย่างเหมาะสมกับ ลักษณะเทคโนโลยีที่มีอยู่ในท้องถิ่น 
5. การพึ่งตนเองทางด้านเศรษฐกิจ หมายถึง สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองในระดับ เบื้องต้น ได้แก่ แม้ไม่มีเงินก็ยังมีข้าว ปลา ผัก ผลไม้ ในท้องถิ่นของตนเองเพื่อการยังชีพและ สามารถนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้ 
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ได้กล่าวถึงเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” แก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัย มงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต สรุป สาระสำคัญของ “เศรษฐกิจพอเพียง” จากพระราชดำรัสนี้มีว่า “...


“...การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ
สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน
แบบพอมีพอกิน นั้นหมายความว่า
อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง…
...ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า
ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว
จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป 
แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ
จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร
บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้
แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก
อย่างนี้ท่านนักเศรษฐกิจต่างๆ ก็มาบอกว่าล้าสมัย
จริง อาจจะล้าสมัย
คนอื่นเขาต้องมีการเศรษฐกิจ ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน 
เรียกว่า เป็นเศรษฐกิจการค้า
ไม่ใช่เศรษฐกิจความพอเพียง เลยรู้สึกว่าไม่หรูหรา
แต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ว่า 
ผลิตให้พอเพียงได้...”

 


จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงอธิบายความหมายของ คำว่า เศรษฐกิจแบบพอเพียงตามที่กล่าวมานั้นมีความลึกซึ้งและเหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตของคน ไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะ หน่วยงานหลักในการวางแผนของประเทศตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิดดังกล่าว จึงได้เชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ มาร่วมกันพิจารณากลั่นกรองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงในโอกาสต่างๆ สรุปออกมาเป็นนิยามความหมายปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และได้อัญเชิญมาเป็นปรัชญานำทางในการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 เพื่อ ส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับ มีความเข้าใจในหลักปรัชญา และนำไปเป็นพื้นฐานและแนวทางใน การดำเนินชีวิตซึ่งทรงกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 ไว้ดังนี้ 
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนใน ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึง ความจำเป็นที่จะต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและ ภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการ ต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐาน จิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกใน คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็น อย่างดี

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พฤษภาคม 2561
อา พฤ
29 30 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31 1 2
3 4 5 6 7 8 9
วันที่ 28 พฤษภาคม 2561
 
ออนไลน์ทั้งหมด 1 คน
หมายเลข IP 54.167.216.239
คุณเข้าชมลำดับที่ 90,680
 
โรงเรียน ปาโมกข์วิทยภูมิ โรงเรียนรางวัลพระราชทาน ปี ๒๕๕๔
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต ๕
Tel : ๐๓๕-๖๖๑๒๗๔  Fax : ๐๓๕-๖๖๑๒๗๗
Email : pm.pamok@gmail.com webmaster อ.ปณิธาน ภูษาทอง